Daegu

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วอลกก เมืองแทกู เด่นวัฒนธรรมตระกูลท้องถิ่น

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วอลกกยอกเป็นพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอพื้นหลังทางประวัติศาสตร์ของ Wolgok-ri และมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยจัดทำร่วมกับสวนสาธารณะ ทำให้เป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ก่อตั้งโดยตระกูล U แห่ง Danyang เพื่อรำลึกถึงอาจารย์ Ubae-seon และด้วยความที่เป็นพิพิธภัณฑ์ตระกูลแห่งแรกของประเทศ รวมถึงยังคงหาได้ไม่บ่อยในปัจจุบัน จึงเป็นสถานที่สำคัญในการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเกาหลีและวัฒนธรรมตระกูล ตั้งอยู่ที่เขต Dalseo-gu เมืองแทกู (Daegu) ซึ่งเป็นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางตัวเมืองและยังคงเป็น

โดยทีมบรรณาธิการ KOTourLive อัปเดต: 18 มิ.ย. 2569 15 min 137
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วอลกก เมืองแทกู เด่นวัฒนธรรมตระกูลท้องถิ่น

ภาพรวม

Daegu Wolgok Yeoksa Bangmulgwan

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Wolgok เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แนะนำภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของ Wolgok-ri และมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมกับจัดทำร่วมกับสวนสาธารณะ จึงมีความหมายในด้านการศึกษาประวัติศาสตร์ กลุ่มตระกูล Danyang Woo ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงท่าน Ubaeseon และในฐานะพิพิธภัณฑ์ตระกูลแห่งแรกของประเทศและยังคงหาได้ยากมากในปัจจุบัน จึงเป็นสถานที่สำคัญในการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเกาหลีและวัฒนธรรมตระกูล ตั้งอยู่ในเขต Dalseo-gu เมือง Daegu ทำให้สามารถชมชั้นเชิงทางประวัติศาสตร์ของเมืองได้อย่างสงบ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากรู้จักวัฒนธรรมตระกูลดั้งเดิมของเกาหลีและตัวอย่างการอนุรักษ์มรดกท้องถิ่น ที่นี่คุ้มค่าแก่การเยี่ยมชมเป็นพิเศษ

จุดเด่น

Daegu Wolgok Yeoksa Bangmulgwan 명소 볼거리
  • พิพิธภัณฑ์ตระกูลแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศ
  • ภูมิหลังการก่อตั้งเพื่อรำลึกถึง Ubaeseon
  • จัดแสดงโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของ Wolgok-ri
  • เข้าชมร่วมกับสวน Wolgok
  • ที่จอดรถสาธารณะฟรี

ช่วงเวลาที่ดีที่สุด

Daegu Wolgok Yeoksa Bangmulgwan 계절 봄 가을

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Wolgok เหมาะแก่การมาเยือนที่สุดในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง การเดินชมพร้อมกับสวนสาธารณะก็สะดวก และยังสบายกว่ามากเมื่อเทียบกับวันที่อากาศร้อนหรือหนาวจัด

ช่วงเวลาที่แนะนำที่สุดคือช่วงเวลาไม่นานหลังเปิดทำการ คือประมาณ 10:00 น. ถึง 12:00 น. เนื่องจากคนค่อนข้างน้อย จึงเหมาะกับการชมอย่างสงบ เนื่องจากปิดค่อนข้างเร็ว จึงควรหลีกเลี่ยงการมาในช่วงบ่ายแก่ ๆ โดยทั่วไปสามารถเข้าชมได้จนถึง 1 ชั่วโมงก่อนปิด จึงควรมาถึงเผื่อเวลาไว้

วันที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือวันอังคารถึงวันศุกร์ ซึ่งมักไม่ค่อยมีคนหนาแน่นเท่าเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์อาจปิดทำการ ดังนั้นควรตรวจสอบเวลาทำการก่อนมาเสมอ

โดยสรุป การมาในวันธรรมดาช่วงเช้าของฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงจะสบายที่สุด และคนก็ไม่เยอะ

ระยะเวลาแนะนำ

หากเดินชมแบบเร็ว ๆ ใช้เวลา 20 ถึง 30 นาทีก็เพียงพอ แต่ถ้าชมอย่างละเอียดและสงบ ปกติประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงจะเหมาะสม หากวางแผนจะเดินชม Wolgok Historical Park ร่วมด้วย ควรเผื่อเวลารวมประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมงเพื่อให้เที่ยวได้อย่างสบาย

การเดินทาง

ที่อยู่ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Wolgok คือ 38 Songhyeon-ro 7-gil, Dalseo-gu, Daegu นักท่องเที่ยวต่างชาติจะสะดวกที่สุดหากใช้ขนส่งสาธารณะ

รถไฟใต้ดิน

ใช้รถไฟใต้ดินสาย 1 ของ Daegu

  • สถานี Wolchon: เป็นสถานีที่ใกล้ที่สุด ออกจากสถานีแล้วเดินประมาณ 5 นาที
  • สถานี Sangin: เดินประมาณ 10 ถึง 15 นาที

เนื่องจากข้อมูลต้นฉบับไม่ระบุหมายเลขทางออก เมื่อถึงสถานีแล้วให้ค้นหา พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Wolgok หรือที่อยู่ในแอปแผนที่ จะถูกต้องที่สุด

รถบัส

สามารถเดินทางด้วยรถบัสในเมืองได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลต้นฉบับที่ให้มาไม่มีหมายเลขสายรถบัสหรือชื่อป้ายรถประจำทางที่แน่ชัด หากจะใช้รถบัส ให้ค้นหา พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Wolgok หรือ 38 Songhyeon-ro 7-gil, Dalseo-gu, Daegu จากจุดออกเดินทาง แล้วลงที่ป้ายที่ใกล้ที่สุด

การเดิน

หากออกเดินจากสถานี Wolchon จะสะดวกที่สุด ระยะทางจากสถานีถึงพิพิธภัณฑ์ประมาณ 5 นาที สามารถเดินถึงได้อย่างรวดเร็ว หากออกเดินจากสถานี Sangin จะใช้เวลาประมาณ 10 ถึง 15 นาที

สำหรับคนขับแท็กซี่ เพียงแสดงที่อยู่ 38 Songhyeon-ro 7-gil, Dalseo-gu, Daegu ก็จะสะดวก

จุดถ่ายภาพ

  • หน้าพื้นที่รำลึก Ubaeseon
    ถ่ายจากด้านหน้าของโซนจัดแสดงและพื้นที่รำลึกที่อุทิศให้ Ubaeseon ภายในสวนสาธารณะ ควรวางอนุสรณ์หรือป้ายข้อมูลไว้ตรงหน้าและยืนถ่าย โดยให้แนวต้นไม้ในสวนติดเข้ามาด้านหลังด้วยจะสวยกว่า
    ทิศทางที่แนะนำ: มองตรงไปยังพื้นที่รำลึก
    ช่วงเวลาที่แนะนำ: ช่วงสายถึงเที่ยง ตัวอักษรบนป้ายและอนุสรณ์จะชัดที่สุด
  • ทางเดินริมขอบสระน้ำ
    ถ่ายจากทางเดินเลียบสระน้ำ โดยให้ผิวน้ำอยู่ด้านข้าง จะช่วยเก็บบรรยากาศธรรมชาติของสวนได้ดี ลองใส่ภาพเงาสะท้อนของต้นไม้และท้องฟ้าลงไปด้วย
    ทิศทางที่แนะนำ: มองเฉียงไปที่สระน้ำและเก็บด้านในของสวนไว้ด้วย
    ช่วงเวลาที่แนะนำ: เช้าตรู่หรือบ่ายแก่ ๆ แสงจะนุ่มและเงาสะท้อนสวย
  • ช่วงกลางของทางเดินหลัก
    ยืนถ่ายในช่วงที่ต้นไม้และทางเดินทอดยาว จะช่วยให้ภาพดูมีมิติ เป็นจุดที่ถ่ายภาพบุคคลออกมาสวยด้วย
    ทิศทางที่แนะนำ: ถ่ายไปข้างหน้าเพื่อให้ทางเดินดูทอดยาว
    ช่วงเวลาที่แนะนำ: ตอนเช้า คนเดินน้อยกว่าและแสงสะอาด
  • บริเวณศาลาพักผ่อน
    บริเวณใกล้ม้านั่งหรือศาลาพักผ่อนเหมาะสำหรับเก็บบรรยากาศสบาย ๆ ของสวน หากใส่พื้นที่พักผ่อนและพื้นที่สีเขียวเข้าด้วย จะเหมาะกับภาพบันทึกการเดินทาง
    ทิศทางที่แนะนำ: ถ่ายศาลาจากด้านข้างและเก็บพืชพรรณด้านหลังไว้ด้วย
    ช่วงเวลาที่แนะนำ: ตอนบ่าย แสงและเงาจะผสมกันอย่างนุ่มนวล
  • หน้าเสาหินหรือป้ายทางเข้าของสวน
    เป็นจุดที่ถ่ายภาพยืนยันการมาเยือนได้ง่ายที่สุด ปรับเฟรมให้เห็นชื่อสวนชัดเจน
    ทิศทางที่แนะนำ: มองตรงไปยังเสาหินหรือป้าย
    ช่วงเวลาที่แนะนำ: ตอนเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตก เพื่อให้ตัวอักษรชัดและหลีกเลี่ยงแสงย้อน

วิวกลางคืน

Daegu Wolgok Yeoksa Bangmulgwan 야경

ทิวทัศน์ยามค่ำคืนรอบพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Wolgok มีจุดเด่นคือการผสมผสานระหว่างสายน้ำกับแสงไฟของเมือง แสงที่สะท้อนบนแม่น้ำ Geumho และแสงไฟรอบทางรถไฟจะมองเห็นได้พร้อมกัน อีกทั้งด้วยภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะ ทำให้บรรยากาศยามค่ำของเมืองดูแผ่กระจายราวกับดวงดาว

เวลาทำการของพิพิธภัณฑ์เองคือ 10:00 ถึง 18:00 ในช่วงฤดูร้อน และ 10:00 ถึง 17:00 ในช่วงฤดูหนาว จึงไม่ใช่สถานที่ที่เปิดให้ชมจนดึก หากต้องการชมวิวกลางคืน แนะนำให้เดินทางไปยังทางเดินรอบ ๆ ในช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกถึงหัวค่ำหลังจากชมพิพิธภัณฑ์เสร็จ ซึ่งเป็นแผนที่ใช้งานได้จริงที่สุด

บริเวณทางเดินของศูนย์วัฒนธรรมใกล้เคียงมีการติดตั้งงานประติมากรรมแสงไฟ ทำให้ค่อนข้างสว่างแม้ในเวลากลางคืน และเหมาะกับการเดินเล่นพร้อมถ่ายภาพ บรรยากาศโดยรวมไม่ฉูดฉาด แต่ค่อนข้างเงียบและโรแมนติก จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินเล่นยามเย็นแบบเบา ๆ

จากข้อมูลที่ให้มา ไม่พบรายละเอียดเกี่ยวกับงานกลางคืนประจำปี ดังนั้นก่อนมาเยือนควรตรวจสอบวันเปิดทำการ วันปิด และการเปิดไฟบริเวณโดยรอบล่วงหน้า

คู่มือตามฤดูกาล

Daegu Wolgok Yeoksa Bangmulgwan 벚꽃 단풍

การมาเยือนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Wolgok จะสนุกยิ่งขึ้นหากได้เที่ยวร่วมกับ Wolgok Historical Park ที่อยู่ติดกันทันที บรรยากาศจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายรูป

  • ฤดูใบไม้ผลิ: เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมที่สุด ภายในสวนจะมี ดอกซากุระซ้อน บานอย่างสวยงามแม้หลังฤดูกาลซากุระธรรมดา และมักจะถึงจุดสูงสุดในช่วง กลางเดือนเมษายน แนะนำเป็นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่พลาดฤดูกาลซากุระปกติ
  • ฤดูร้อน: เป็นฤดูกาลที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นในสวนกลางเมือง หากมาในตอนเช้าหรือช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกจะสบายกว่า และเหมาะกับการเดินเบา ๆ หลังชมพิพิธภัณฑ์ อย่าลืมเตรียมน้ำและหมวกไปด้วย
  • ฤดูใบไม้ร่วง: เหมาะกับการเดินเล่นในสวนพร้อมบรรยากาศสงบ ด้วยอากาศที่เย็นสบายจึงสะดวกต่อการอยู่กลางแจ้งและเหมาะกับการถ่ายรูป
  • ฤดูหนาว: โครงสร้างของต้นไม้และสวนจะเห็นชัดขึ้น จึงเหมาะกับการเดินชมแบบเงียบ ๆ อากาศหนาว ควรสวมเสื้อผ้าให้อบอุ่น สำหรับข้อมูลไฟประดับฤดูหนาวพิเศษ ควรตรวจสอบประกาศท้องถิ่นล่าสุดก่อนมา

เคล็ดลับใช้งาน: หากต้องการชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ควรจัดตารางให้ตรงกับช่วง กลางเดือนเมษายน จะดีที่สุด ในระบบนำทางให้ค้นหา Wolgok Historical Park จะสะดวกกว่า และที่อยู่คือ 128 Sangin-ro, Dalseo-gu, Daegu

เคล็ดลับท้องถิ่น

พิพิธภัณฑ์นี้ควรชมทั้งนิทรรศการภายในอาคารและนิทรรศการกลางแจ้ง ชั้น 1 สามารถชมเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและเครื่องมือเกษตรประมาณ 500 ชิ้น ส่วนชั้น 2 จะเน้นเอกสารและวัสดุที่เกี่ยวข้องกับท่าน Wolgok Ubaeseon

หากสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมกองอาสาในช่วงสงคราม Imjin ให้เริ่มจากนิทรรศการชั้น 2 จะพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมกองอาสาในภูมิภาค Daegu

อย่าพลาดนิทรรศการกลางแจ้งด้วย เพราะมีหินโม่ ครก โอ่งดอง อน็อกจิป และภายในบ้านมุงจากยังสามารถเห็นพื้นที่ใช้ชีวิตในอดีต เช่น โรงตีเหล็ก ห้องครัว และโรงสี พร้อมกับเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

หากเดินชม Wolgok Historical Park ที่อยู่ใกล้ ๆ ร่วมด้วย จะยิ่งสนุกกับการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และธรรมชาติ

ข้อมูลสถานที่