วัดบุกจีจังซา แห่งแดกู ชมเจดีย์คู่และพระโพธิสัตว์จิโซที่ใหญ่
วัดบุกจิจังซาเป็นวัดพุทธของเกาหลี ตั้งอยู่ริมลำธารใสในเขตซัลกงซาน (Palgongsan) ของเมืองแทกู และเป็นสำนักสาขาของวัดดงฮวาซา (Donghwasa) ซึ่งสังกัดใน “นิกายโจเก” ของพุทธศาสนาเกาหลี โดยเป็นของเขตปกครองลำดับที่ 9 (Je9gyogu) วัดแห่งนี้มีรูปแบบ “กุราม” แบบเจดีย์คู่ (sangtap garam) ที่สะท้อนสถาปัตยกรรมวัดสมัยราชวงศ์ทงซิลลา (Unified Silla) และมีความหมายเป็นพิเศษตรงที่แม้จะไม่ได้อุทิศเฉพาะอาคารแบบพระพุทธที่ยิ่งใหญ่ (Daeungjeon) ทั่วไป แต่กลับให้ความสำคัญกับพระโพธิสัตว์จีซาง (Jijang Bosal) นอกจากนี้ “ศาลาเดอึงจอนของวัดบุกจิจังซา” ยังได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติหมายเลข 805 (Treasure No. 805) จึงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมสูง ในท่ามกลางธรรมชาติของซัลกงซาน
ภาพรวม
บุ๊กจียังซาเป็นวัดพุทธเกาหลีที่ตั้งอยู่ริมลำธารใสของภูเขาพัลกงซานในแทกู และเป็นวัดสาขาของวัดดงฮวาซา สังกัดคณะพุทธศาสนานิกายโชเกซึ่งเป็นสำนักใหญ่อันดับ 9 ของสังฆมณฑลพุทธศาสนาเกาหลี วัดแห่งนี้มีผังแบบวัดสมัยชิลลารวมที่มีเจดีย์คู่ ซึ่งสะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมวัดในยุคนั้น และมีความหมายเป็นพิเศษตรงที่ประดิษฐานพระกษิติครรภโพธิสัตว์เป็นประธานแทนวิหารแดอุงจอนแบบทั่วไป อีกทั้งวิหารแดอุงจอนของบุ๊กจียังซายังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติหมายเลข 805 ทำให้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมสูง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมวัดแบบดั้งเดิมของเกาหลีและมรดกพุทธศาสนาไปพร้อมกับธรรมชาติของพัลกงซาน
จุดเด่น
- ทิวทัศน์วัดริมลำธารของพัลกงซาน
- วิหารแดอุงจอนที่มีพระกษิติครรภโพธิสัตว์เป็นประธาน
- วิหารแดอุงจอนของบุ๊กจียังซา สมบัติหมายเลข 805
- ผังวัดแบบชิลลารวมที่มีเจดีย์คู่
- เส้นทางเดินเล่นในป่าสนเขียวชอุ่ม
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด
บุ๊กจียังซาเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเยือนในฤดูหนาว ท้องฟ้าใสและบรรยากาศของทางเดินในป่าสนเข้ากันได้ดี ทำให้เพลิดเพลินกับภาพลักษณ์อันเงียบสงบและสงบเย็นของวัดบนภูเขาได้ดี อย่างไรก็ตาม กลางฤดูหนาวอากาศจะหนาวมาก ควรเตรียมเสื้อผ้าอุ่น ๆ และรองเท้าที่ไม่ลื่น
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือช่วงสายถึงต้นบ่าย ในฤดูหนาว การมาเยือนหลังพระอาทิตย์ขึ้นจะเดินได้สะดวกและปลอดภัยกว่าการมาเช้าจัดที่อากาศเย็นเกินไปหรือช่วงบ่ายแก่ที่พระอาทิตย์ตกเร็ว
สำหรับวันในสัปดาห์ แนะนำให้มาในวันธรรมดามากที่สุด เพราะวันหยุดสุดสัปดาห์อาจมีผู้มาเดินเล่นและนักปีนเขาในย่านพัลกงซานมากขึ้น โดยรวมแล้วผู้คนไม่หนาแน่นเท่าแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมือง แต่หากต้องการบรรยากาศเงียบสงบ แนะนำให้มาในช่วงกลางวันของวันธรรมดา
ระยะเวลาแนะนำ
หากเดินชมบุ๊กจียังซาแบบสั้น ๆ ใช้เวลาประมาณ 20 ถึง 30 นาทีถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าเดินชมอย่างช้า ๆ พร้อมถ่ายรูปด้วยก็ควรเผื่อไว้ประมาณ 40 ถึง 60 นาที หากต้องการแวะเส้นทางเดินใกล้เคียงหรือสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์เครื่องทองเหลืองแทกู ควรวางเวลาไว้ราว 1 ชั่วโมง 30 นาทีถึง 4 ชั่วโมง
การเดินทาง
บุ๊กจียังซาอยู่ทางฝั่งพัลกงซานของแทกู ดังนั้นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วิธีที่สะดวกที่สุดคือใช้รถไฟใต้ดินสาย 1 ร่วมกับรถบัส
รถไฟใต้ดิน + รถบัส
ขึ้นรถไฟใต้ดินแทกูสาย 1 และลงที่ สถานีดงชน จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถบัส ตามข้อมูลต้นฉบับ หากต้องการไปทางบุ๊กจียังซา ให้ใช้ ด่วน 1 และลงที่ป้าย โดฮัก 2-ดง(พิพิธภัณฑ์เครื่องทองเหลืองแทกู)
จากสถานีดงชน ให้เดินตามป้ายภายในสถานีไปยังป้ายรถบัสแล้วขึ้นรถด่วนสาย 1 ควรตรวจสอบตำแหน่งป้ายและทิศทางอีกครั้งด้วยป้ายภายในสถานีหรือแอปแผนที่ในพื้นที่
รถบัส
หากเดินทางด้วยรถบัสโดยตรง ให้ขึ้น ด่วน 1 และลงที่ป้าย โดฮัก 2-ดง(พิพิธภัณฑ์เครื่องทองเหลืองแทกู) ผู้เดินทางบางคนอาจมองหารถบัสไปทางพัลกงซานด้วย แต่ตามข้อมูลที่ให้มา ด่วน 1 เป็นตัวเลือกที่ตรงที่สุด
เดินเท้า
จากป้าย โดฮัก 2-ดง(พิพิธภัณฑ์เครื่องทองเหลืองแทกู) ให้เดินไปทางบุ๊กจียังซา บริเวณนี้อยู่เชิงเขาพัลกงซานจึงอาจมีทางลาดขึ้น แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบาย หากเห็นป้ายแล้วให้เดินตามทางไปยัง บุ๊กจียังซา
หากต้องการใช้แท็กซี่ร่วมด้วย เพียงบอกคนขับจากสถานีดงชนหรือจากป้ายรถบัสที่ลงว่า “บุ๊กจียังซา” ก็ช่วยได้มาก
จุดถ่ายภาพ
- บริเวณทางเข้าวัดโดยมีลำธารเป็นฉากหลัง: บุ๊กจียังซาอยู่ริมลำธารใสของพัลกงซาน จึงเหมาะกับการเก็บบรรยากาศธรรมชาติและวัดไว้ในเฟรมเดียวกันเมื่อยืนบริเวณทางเข้า ลองหันกล้องเข้าด้านในวัดให้มีลำธารและต้นไม้เข้ามาในภาพ ช่วงเช้าจะใสและเงียบที่สุด
- ลานกลางที่มองเห็นเจดีย์คู่: เป็นจุดที่เหมาะที่สุดในการถ่ายทอดผังวัดแบบชิลลารวมที่มีเจดีย์คู่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบุ๊กจียังซา หากถ่ายจากกลางลานและมองตรงไปที่เจดีย์จะได้ภาพที่สมดุล แสงจะนิ่งตั้งแต่ช่วงสายถึงต้นบ่าย
- แนวป่าพัลกงซานกับวิววัด: หากถ่ายจากทางเข้าวัดหรือเส้นทางป่าโดยหันกลับไปทางวัด จะช่วยเก็บบรรยากาศวัดกลางภูเขา ลองจัดองค์ประกอบให้ตัวอาคารโผล่ผ่านระหว่างต้นไม้ แสงนุ่มในช่วงบ่ายแก่จะสวยมาก
- ช่วงเดินเล่นใกล้ลำธาร: ถ่ายโดยหันไปทางวัดจากใกล้ริมน้ำจะช่วยให้ความสงบของบุ๊กจียังซาดูเด่นยิ่งขึ้น หากมีน้ำไหลและก้อนหินอยู่ในฉากหน้า ภาพจะมีมิติมากขึ้น โดยเฉพาะหลังฝนตกหรือช่วงเช้าตรู่ของต้นฤดูร้อน
วิวกลางคืน
ต่างจากจุดชมวิวกลางคืนอันคึกคักในตัวเมือง บุ๊กจียังซาเป็นวัดที่เหมาะกับการสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนที่เงียบสงบและผ่อนคลาย แสงไฟอ่อน ๆ ช่วยให้ตัวอาคารวัดและทางเดินป่าโดยรอบกลมกลืนกัน ทำให้ช่วงเย็นมีบรรยากาศสงบยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาที่แนะนำคือทันทีหลังพระอาทิตย์ตกจนถึงช่วงหัวค่ำ หากดึกเกินไปแสงไฟอาจมีจำกัด ดังนั้นควรมาเยือนภายใน 1 ถึง 2 ชั่วโมงหลังพระอาทิตย์ตกจะดีที่สุด หากคิดว่าเป็นสถานที่สำหรับชมบรรยากาศมืดสลัวอันเงียบสงบมากกว่าการชมไฟสว่างจ้า ก็จะเหมาะที่สุด
แสงไฟในพื้นที่โดยรวมค่อนข้างเรียบง่าย จึงเหมาะกับการเดินเล่นและซึมซับบรรยากาศมากกว่าการถ่ายรูป นักท่องเที่ยวต่างชาติควรเตรียมรองเท้าที่เดินสบาย และระวังเป็นพิเศษเวลาสัญจรในช่วงกลางคืนเพราะบริเวณรอบ ๆ อาจมืด
จากข้อมูลที่รวบรวม ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมกลางคืนประจำของบุ๊กจียังซา จึงแนะนำให้ตรวจสอบเวลาทำการและความเป็นไปได้ในการเข้าชมตอนกลางคืนล่วงหน้า
คู่มือตามฤดูกาล
บุ๊กจียังซาเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การมาเยือนตลอดทั้งสี่ฤดู โดยมีทางเดินป่าบนเชิงเขาพัลกงซานร่วมด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การจัดทริปที่ผสมผสานภูมิทัศน์ตามฤดูกาลและเส้นทางเดินเล่นสั้น ๆ จะสะดวกที่สุด
ฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ผลิ ไฮไลต์ที่ใหญ่ที่สุดคือเส้นทางซากุระริมถนนที่เชื่อมจากโซนบูรดงไปยังเขตวัดดงฮวาซา ซากุระเรียงต่อกันราวกับอุโมงค์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพ เส้นทางที่ไปถึงบุ๊กจียังซาก็เดินเล่นได้ดี และเป็นคอร์สที่ไม่หนักมาก จึงเหมาะกับครอบครัวและคู่รัก
ฤดูร้อน
ฤดูร้อน เสน่ห์อยู่ที่ความเขียวชอุ่มของป่าพัลกงซาน สามารถเดินเล่นในป่าเพื่อหลบแดดแรงและสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบรอบวัดได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม อากาศอาจชื้นและร้อน จึงควรเตรียมน้ำ ผ้าเช็ดตัวบาง ๆ และรองเท้าที่ไม่ลื่น
ฤดูใบไม้ร่วง
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นหนึ่งในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุด พื้นที่พัลกงซานจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลือง ทำให้เดินเฉย ๆ ก็ยังได้วิวสวย หากอยากผสมทั้งการถ่ายรูปและการเดินเขาแบบเบา ๆ ฤดูกาลนี้คือช่วงที่แนะนำที่สุด
ฤดูหนาว
ฤดูหนาวสามารถชมวัดและทิวทัศน์ภูเขาได้ในบรรยากาศที่เงียบสงบและสงบนิ่ง ในวันที่อากาศแจ่มใสจะเห็นทิวทัศน์คมชัดตามแบบฤดูหนาวได้อย่างสวยงาม ช่วงเช้าและเย็นอาจหนาวมาก จึงควรเตรียมเสื้อกันหนาวและรองเท้าอุ่น ๆ
เคล็ดลับสำหรับการเดินเล่น
เส้นทางเดินเล่นหลักที่ไปถึงบุ๊กจียังซาเป็นเส้นทางไป-กลับประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 20 นาที จัดว่าไม่ยากมาก ช่วงดอกซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีจะมีผู้มาเยือนจำนวนมาก ดังนั้นการมาในช่วงเช้าตรู่จะสบายกว่า
เคล็ดลับท้องถิ่น
บุ๊กจียังซาอยู่ริมลำธารใสของพัลกงซาน จึงเหมาะกับการรวมไว้ในแผนเที่ยววัดในย่านพัลกงซานด้วย
เนื่องจากเป็นวัดสาขาของวัดดงฮวาซา หากเที่ยวบุ๊กจียังซาพร้อมกับดงฮวาซา จะช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมพุทธศาสนาในพื้นที่และประวัติศาสตร์ของวัดได้ดียิ่งขึ้น
ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ที่มีผังแบบวัดชิลลารวมอันเป็นแบบฉบับของยุคสมัยนั้น การสังเกตเจดีย์และการจัดวางผังวัดอย่างตั้งใจจะทำให้การเยี่ยมชมมีความหมายมากขึ้น
วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักว่าได้รับการบันทึกไว้ในซัมกุกยูซาว่าเป็น “คงซานจียังซา” ดังนั้นหากมาเยือนโดยเข้าใจความหมายทางประวัติศาสตร์ จะยิ่งซาบซึ้งมากขึ้น
ข้อมูลสถานที่
- 1
- สถานที่ใกล้เคียง
- 2
- 3
- 4
- 5
- ร้านอาหาร
- 6
- 7
- 8